ร้านเบอร์เกอร์แสนล้ าน Shake Shack

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่น่ารักทุ กท่าน ก่อนอื่นทางเพจมหๅเฮงต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านยังคงติดตามผลง านของเราตลอดมา ทางเพจของเราจะคอยนำเสนอเรื่องราวดีๆ ให้ความเพลิดเพลินใจและมีประโยชน์แก่แฟนเพจทั้งหลายให้ท่านได้อ่านอยู่เรื่อยๆนะคะ
ฟาสต์ฟูด ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่หลายคนนิยมซื้อเป็นมื้ออาหารในวันที่ เ ร่ ง รี บก่อนไปทำงาน
ทำให้ปัจจุบันตลาดอาหารฟาสต์ฟูดกลายเป็น ท ะ เ ล สี เ ลื อ ด
ที่มีให้เลือกมากมายเต็ม ท้ อ ง ตลาด จนร้านฟาสต์ฟูดหลาย ๆ แบรนด์ ต้องพยายามสร้างความแตกต่างเพื่อ ดึ ง ดู ด
และทำให้ลูกค้า จ ด จำ

หนึ่งในนั้น คือร้าน “Shake Shack” ที่พยายามสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้กับตลาดฟาสต์ฟูด จนกลายเป็นที่น่าสนใจในหมู่คนรุ่นใหม่ ร้าน Shake Shack สร้างความ แ ต กต่ า ง อย่างไร ? ย้อนกลับไปในปี 2001 ร้าน Shake Shack เป็นเพียงแค่รถเข็นขาย ฮ อ ต ด็ อ ก ในสวนสาธารณะเมดิสันสแควร์ ที่นิวยอร์ก

โดยความคิดนี้เป็นของคุณ Daniel Meyer นัก ธุ ร กิ จ เกี่ยวกับร้านอาหารและโรงแรม ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการป รั บ ป รุ ง พื้นที่ในสวนสาธารณะแห่งนั้น ซึ่งร้าน Shake Shack ก็เป็นหนึ่งในร้านรถเข็น ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก


จนหลังจากนั้นเพียง 3 ปี คุณ Meyer ก็เข้าไปประมูลพื้นที่ในสวนสาธารณะแห่งนี้ และได้ข ย า ย กิ จ ก า ร จากร้านรถเข็น สู่ร้านอาหารฟาสต์ฟูดสไตล์อเมริกันเล็ก ๆ รวมถึงเพิ่มเมนูอาหารเข้ามา เช่น เบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ และเครื่องดื่ม ก่อนจะขยับขยายสู่ 369 สาขาทั่วโลกอย่างในปัจจุบัน
ซึ่งความพิเศษของ Shake Shack ก็คือ ความเป็นร้านอาหารสไตล์ “Fast Casual” ร้านอาหารที่เสิร์ฟอย่าง ร ว ด เ ร็ ว เหมือนฟาสต์ฟูด แต่ใช้ วั ต ถุ ดิ บ ที่ดี มีคุณภาพมากกว่าร้านอาหารประเภทนี้ จึงถือว่าตอบโจทย์คนยุคใหม่ ที่แม้จะใช้ชีวิตแบบ รี บ เ ร่ง แต่ยังคงใส่ใจในสุขภ าพ


ดังนั้น เมนูอาหารของร้าน Shake Shack จึงเปลี่ยนภาพลักษณ์ของอาหารฟาสต์ฟูดที่ไม่ค่อยมีประโยชน์
ให้เป็นอาหารจาน ด่ ว น ที่พิ ถี พิ ถั น มากขึ้น ดั่งสโลแกน “Stand For Something Good”

หรือที่แปลตรงตัวว่า “การยืนหยัดเพื่อสิ่งดี ๆ” และในปี 2015 บริษัทก็สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลั ก ท รั พ ย์
NYSE โดยใช้ชื่อว่า “SHAK” ด้วยมู ล ค่ าบ ริ ษั ท ประมาณ 2.3 ห มื่ น ล้ า น บ า ท

ซึ่งปัจจุบัน บริษัทก็เติบโต จนมี มู ล ค่ าอยู่ที่ประมาณ 1 แ ส น ล้ า นบ า ท เป็นที่เรียบร้อย อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว
ว่า Shake Shack มีคอนเซปต์เป็นร้านอาหารแบบ Fast Casual ดังนั้น เนื้อสัตว์ที่เลือกใช้จะไม่ผ่านการแช่แข็งมาก่อน
นอกจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว, เนื้อไก่ หรือเนื้อหมู ก็จะถูกเลี้ยงและเติบโตมาอย่างอิสระ ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์

บริโภคพืชเป็นอาหาร จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีการใช้ ส า ร เ ค มี หรือการ ตั ด แ ต่ งพั น ธุ ก ร ร ม
และเนื้อสัตว์เหล่านั้น จะถูกส่งไปที่ร้าน Shake Shack โดยไม่มีการ ตั ด แ ต่ ง เพื่อให้คงความสดใหม่มากที่สุด ก่อนที่จะนำมาบดและป รุ ง ร ส ในคืนก่อนที่จะใช้งาน

ซึ่งต่างจากร้านอาหารฟาสต์ฟูดทั่วไป ที่นำเนื้ อสั ตว์แช่แข็ง มาผ่านระบบ อุ่ น ร้ อ น เพื่อจะเสิร์ฟให้ทันเวลา
นอกจากเมนูเบอร์เกอร์เนื้ อสั ตว์แล้ว ร้าน Shake Shack ยังมีเมนูทางเลือกสำหรับคนทานมังสวิรัติ
อย่าง “Shroom Burger” เบอร์เกอร์ที่ใช้เห็ดพอร์โทเบลโล (Portobello) แทนเนื้ อสั ตว์

ซึ่งเห็ดชนิดนี้ มีก ลิ่ น ที่คล้าย ค ลึ ง กับเนื้ อสั ตว์ แต่ไม่ มี ไ ข มั น และ โ ซ เ ดี ย ม ต่ำ
เมนูนี้จึง โ ด่ ง ดั ง ไม่ แ พ้ เบอร์เกอร์เนื้อเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม Shake Shack

ก็ไม่ใช่เจ้าเดียวในตลาดฟาสต์ฟูดสหรัฐฯ ที่ใช้โมเดล ธุ ร กิจ แบบ Fast Casual
แต่ยังมีอีกหลายแบรนด์ เช่น Wendy’s, Five Guys, Chipotle หรือ In-N-Out Burger ที่ใช้โมเดลนี้เหมือนกัน

แล้ว Shake Shack แตกต่างจากร้านฟาสต์ฟูดอื่น ๆ ที่ใช้โมเดล ธุ ร กิ จ เดียวกันอย่างไร ?​

อันดับแรกคือ การ บ ริ ก า ร เนื่องจากคุณ Meyer เคยทำธุ ร กิ จ เกี่ยวกับการโรงแรมมาก่อน
ทำให้พนักงานในร้าน Shake Shack มี Service Mind หรือ “จิตใจในการให้บริการที่ดี” กว่าแบรนด์อื่น ๆ

โดยถึงแม้ว่าร้าน Shake Shack จะไม่มีการบริการเสิร์ฟอาหารถึงโต๊ะก็ตาม แต่ตั้งแต่การรับออร์เดอร์,

ส่งมอบอาหารให้กับลูกค้า ไปจนถึงการเก็บกวาดโต๊ะ ก็จะได้รับการเทรนอย่างดี ให้ใส่ใจในทุกรายละเอียด

สุดท้ายนี้ หากเรื่องราวที่ทางเพจได้นำเสนอไปเป็นประโยชน์และถูกใจท่านผู้อ่านช่วยกดไ ลค์กดแ ชร์เพจ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น